ลีเบอร์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากเคล ซื้อ 2 ถูกกว่า

ลีเบอร์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากเคล ซื้อ 2 ถูกกว่า

  รายละเอียด

ลีเบอร์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชนิดแคปซูล คือ Cal Detox Liver สำหรับล้างพิษตับ ล้างพิษร่างกาย ฟื้นฟูเซลล์ตับ ช่วยการทำงานของตับ ช่วยย่อยไขมัน ป้องกันไขมันพอกตับ และปกป้องตับจากการทำลายของสารพิษต่างๆ


ตับ เปรียบเหมือน “โรงงานศูนย์กลาง” ของร่างกาย
ตับ รับวัตถุดิบ ผลิต เก็บรักษา ตรวจสอบคุณภาพ แจกจ่าย ทั้งยังเก็บขยะและทิ้งขยะของเสียในร่างกายของเรา คุณเห็นไหมว่า ตับ นั้นสำคัญมากเพียงใด? 


ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ลีเบอร์ ชนิดแคปซูล ตราเคล เพื่อสุขภาพตับที่ดี

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูล ประกอบด้วย ไวตามิน บี 6 บี 12 บี 9 (กรดโฟลิค), ผงเมล็ดองุ่น จากเยอรมัน, ผงสกัดอาร์ติโชค (Artichoke extract) และโคลีน (Choline)
น้ำหนัก 500 มก.  บรรจุ : 30 แคปซูล
เลขที่ อย. 10-1-13056-1-0135


ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ลีเบอร์ ชนิดแคปซูล เพื่อสุขภาพตับที่ดี ต่อสุขภาพ


  • เพิ่มพลังงาน : เพิ่มพลังงานเพื่อให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (จากกลุ่ม ไวตามิน บี และกรดโพลิค)
  • ขับไขมัน : ขับไขมันออกจากตับ ป้องกันตับพอกไขมัน ซึ่งเป็นสาเหตุ ไปสู่ ตับแข็ง (จากโคลีน)
  • ขับน้ำดี : ช่วยขับน้ำดี เพื่อขับสารพิษที่ละลายในไขมัน ช่วยฟื้นฟูและสร้างเซลล์ตับ, ขับไขมัน (จากอาร์ติโช๊ค)
  • ป้องกันตับแข็ง : จากการขาดสารที่จำเป็นต่อตับ (โคลีน, กรดโฟลิค และกลุ่มไวตามิน บี) 
  • ป้องการเสียหายของเซลล์ตับ : ป้องการเสียหายของเซลล์ตับจากอนุมูลอิสระ และสารพิษต่างๆ (โอพีซี (OPC) จากเมล็ดองุ่น, ไซนาริน (Cynarin) และ ฟลาโวนอยด์ ซิลีมาริน (Flavonoid silymarin) จาก อาร์ติโช๊ค)
  • กำจัดสารพิษ : ช่วยกำจัดสารพิษและของเสียต่างๆ ที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ หรือละลายในไขมันได้ ให้ละลายน้ำได้ เพื่อขับออกทางไต จากขบวนการเม็ดทิลเลชั่น Methylation ( กลุ่มไวตามิน บี )
แนวคิด ที่อยู่เบื้องหลัง ของอาหารล้างสารพิษ ช่วยการทำงานของตับ หรือทำความสะอาดตับ มาจากความคำนึงถึง สารพิษที่โจมตีร่างกายเรา อยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะตับที่ต้องทำหน้าที่ในการกำจัดสารพิษ ( หลังจากย่อย อาหารจะถูกดูดซึม แล้วส่งมาที่ตับ) จึงเป็นที่มาของ “ลีเบอร์”

เคล ลีเบอร์ เหมาะกับคนที่รักจะมีสุขภาพตับที่ดี หรือคนที่สุขภาพตับไม่ค่อยดี เช่นคนที่เคยดื่มหนัก คนที่ต้องดื่มเป็นประจำ คนที่ต้องคลุกคลีกับสารพิษ หรือคนที่เคยมีประวัติเป็นโรคตับมาก่อน เช่น โรคตับอักเสบ โรคดีซ่าน ฯลฯ



หน้าที่ของตับคืออะไร

 -     *ตับควบคุมส่วนประกอบของเลือด รวมทั้งปริมาณน้ำตาล (กลูโคส), โปรตีน และไขมันที่อยู่ในกระแสเลือด
      *ตับกำจัดบิลิรูบิน (Bilirubin), แอมโมเนีย, และพิษต่างๆ จากเลือด (บิลิรูบินเป็นผลจากการย่อยสลาย ฮีโมโกลบิน Hemoglobin จากเม็ดเลือดแดง)
      *ตับเกี่ยวข้องกับกระบวนการดูดซึมในลำไส้ ในระหว่างการย่อยและเปลี่ยนสารอาหารไปเป็นรูปแบบที่สามารถใช้ในร่างกาย นอกจากนี้ตับยังเป็นที่สะสมของสารอาหาร เช่น ไวตามิน เอ, เหล็ก และแร่ธาตุต่างๆ
      *ตับสร้างคลอเลสเตอรอลและโปรตีนที่สำคัญ เช่น อัลบูมิน Albumin
      *ตับสร้าง clotting factors, สารที่ช่วยการแข็งตัวของเลือด
      *ตับย่อยสลาย แอลกอฮอลล์ และยาต่างๆ


หน้าที่ ที่สำคัญคือกำจัดสารพิษและเชื้อโรคต่างๆ ในเลือดก่อนที่จะปล่อยเข้าสู่ ระบบการไหลเวียนไปสุ่ส่วนต่างๆของร่างกาย
 
 
อะไรคือความคิดที่อยู่เบื้องหลังอาหารล้างสารพิษ (ทำความสะอาดตับ)
ความคิด การล้างพิษมาจากความคำนึงถึงสารพิษที่โจมตีร่างกายเราอย่างสม่ำเสมอ สารพิษเป็นสารเคมีที่อันตรายยิ่ง เช่น ยาฆ่าแมลง, หมอกควันพิษ (หมอกปนควัน) smog รวมทั้ง
-แอลกอฮอล์
-คาเฟอีน
-ยาต่างๆ
-สารกำจัดศัตรูพืชหรือเคมีที่ใช้ในการปลูกหรือเตรียม
-หมอกควันพิษ หรือสารปนเปื้อนในอากาศ
-สารเติมแต่งในอาหาร เช่น สารเพิ่มความหวาน
-น้ำตาล
-น้ำที่ไม่สะอาด
สาเหตุของการเกิดโรคตับ(ตับอักเสบ)
มีหลักๆ 2 สาเหตุคือ
1.จากการติดเชื้อ เช่นไวรัสตับอักเสบบี พยาธิใบไม้ในตับจากปลา(น้ำจืด)ที่ไม่สุก หรือ ติดเชื้อโรคต่างๆ เช่นเชื้อแบ็คทีเรีย
2.จากสารพิษต่างๆตลอดจนยาบางชนิด เช่นอะฟ่าท็อกซิน ในพริกป่น หรือถั่วลิสงป่น สุรา ฯลฯ
สาเหตุโรคตับที่พบบ่อยคือ
1.การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานาน
เพราะแอลกอฮอร์มากๆ จะทำให้เกิดความผิดปกติ ในการใช้โปรตีน ไขมันและคาร์โบไฮเดรตในตับ จึงทำให้เกิดภาวะตับอักเสบและเรื้อรัง จนกลายเป็นโรคตับแข็ง
2.การเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง
เป็นการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี จนทำให้ตับอักเสบเป็นเวลานานหลายปี ก่อนที่จะกลายเป็นโรคตับแข็งในที่สุด ไวรัสตับอักเสบบีและซีสามารถติดต่อทางเลือดและการมีเพศสัมพันธุ์ การติดเชื้อเป็นพาหะนั้น มักเกิดโดยไม่รู้ตัว
3.เกิดภาวะไขมันสะสมในตับ
ซึ่งจะพบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือโรคอ้วน หรือไขมันในเลือดสูง
4.เกิดจากการรับประทานยาบางชนิด
ซึ่งทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ เป็นระยะเวลานานๆ เช่นยาแก้ปวด ลดไข้ พาราเซตามอล ยาปฏิชีวนะ เตตราไซคลีน ยารักษาวัณโรคบางชนิด
5.ภาวะหัวใจวายเรื้อรัง
จะทำให้เลือดคั่งที่ตับ และเลือดไหลเวียนในตับน้อยลง จึงทำให้เนื้อตับขาดออกซิเจน จนตายลง
6.พยาธิบางชนิด
เช่นพยาธิใบไม้ในตับ  จะทำให้เกิดตับแข็ง
7.สารพิษต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม ที่หายใจ สัมผัส หรือปนเปื้อนอยู่ในอาหารและน้ำ
ยาฆ่าแมลง ตะกั่ว สารไดออกซิน ยากันบูด ฯลฯ สารเหล่านี้จะไปทำลายตับ หรือทำให้ตับทำงานหนัก ทำให้ตับเสื่อมได้
 
มีความเชื่อว่า ร่างกายอยู่กับสารพิษตลอด ในระบบย่อยอาหาร, ระบบน้ำเหลือง, กระเพาะและลำไส้ รวมทั้งผิวหนังและเส้นผม ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหา เช่น อ่อนเพลีย, ปวดหัว, คลื่นไส้ และโรคเรื้อรังหลายชนิด
ตับของเราเป็นอวัยวะหลักในการกำจัดล้างสารพิษจากส่วนของการสร้างและขับน้ำดี ตับทำหน้าที่กรองสารพิษและแบคทีเรียในเลือด และกำจัดสารพิษ (neutralizes) หรือเปลี่ยนมันเป็นสารอื่น ที่สามารถกำจัดออกโดยไต อาการที่บ่งบอกสภาพตับอ่อนแอ ดังนี้
                       -อ่อนเพลีย, ไม่มีเรี่ยวแรง
                       -ปัสสาวะ มีสีเข้ม
                       -ลมหายใจมีกลิ่น
                       -มีอาการแพ้ง่ายรวมทั้งแพ้อาหาร
                       -ผิวหนังมีปัญหา
                       -วิตกกังวล, มีความกดดัน
                       -สมรรถภาพทางเพศเสื่อม
                       -คลื่นไส้
                       -อาเจียร
                       -เจ็บหน้าอก
                       -ดีซ่าน
           
วิธีที่ช่วยให้สุขภาพตับดี
          -จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ไม่เกิน แก้วต่อสัปดาห์
          -ออกกำลังกายมากขึ้น เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง
          -ลดน้ำตาลและไขมัน
          -ทานผักผลไม้ให้มาก, เพิ่มไวตามินบีและโคลีน


ผลของโคลีนต่อตับ
       ส่วนใหญ่ใช้โคลีน ทางคือคุณสมบัติในการพัฒนาการทางสติปัญญาและความรู้ (จากการเปลี่ยนเป็นอะซิติลโคลีน Acetylcholine ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท) อีกคุณสมบัติคือช่วยสุขภาพของตับ โดยมันสามารถลดการสร้างไขมันตับที่เกาะอยู่ที่ตับ โคลีนพบมากในไข่โดยเฉพาะไข่แดง
       การขาดสารอาหารโคลีนทำให้เกิดการสะสมไขมันตับ (ไตรกลีเซอไรด์) และเกิดความบกพร่องของการขับไตรกลีเซอไรด์จากตับไปสู่น้ำเหลือง เป็นผลมาจากการลดลงของ ฟอสฟาติดิลโคลีน ซึ่งมันจะช่วยพาไตรกลีเซอไรด์ในรูปของ VLDL จากตับไปสู่น้ำเหลือง
       โคลีนถูกใช้ในโรคตับ รวมทั้งตับอักเสบเรื้อรังและโรคตับแข็ง, โคลีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นในการป้องกันไขมันพอกในตับ (ตับคั่งไขมัน)
อาการของการขาดโคลีน
       อาการที่พบบ่อยๆ ในการขาดโคลีน คือ ไขมันพอกตับและตกเลือดจากการตายของเนื้อเยื่อของไต Hemorrhagic Kidney necrosis, คนที่ดื่มแอลกอฮอล์มากมีความเสี่ยงที่จะขาดโคลีน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ถ้าได้รับโคลีนเสริม การขาดโคลีนมีผลต่อโรคเส้นเลือดในตับแข็งตัว และการผิดปกติของระบบประสาท อาการที่เด่นชัดจากการขาดโคลีน คือการเพิ่มขึ้นของเอ็นไซม์ตับ ALT จากการทำงานที่เกี่ยวข้องกันของโคลีน, โฟเลท, เมไธโอนีน (กรดแอมิโน) และไวตามิน บี 12, (จากการทำงานที่ทับซ้อนกันบางส่วน) หน้าที่ของโคลีนทั้งในรูปโคลีนอิสระหรือในรูปโคลีนเอสเตอร์ (โคลีนจับกับสารอื่น เช่น ฟอสฟาติดิลโคลีน) ถึงแม้ทุกรูปแบบมีประโยชน์ แต่มีผลต่อร่างกายต่างกัน ส่วนที่ละลายในน้ำ (โคลีนอิสระ) ผ่านตับทางเส้นเลือด ตับ แล้วค่อยถูกดูดซึมโดยตับ
      โคลีน จัดอยู่ในกลุ่มไวตามิน บี เป็นสารอาหารที่จำเป็น โคลีนมีบทบาทสำคัญในกระบวนการชีววิทยา, ไขมัน, ขนส่งคลอเรสเตอรอล, กระบวนการเผาผลาญอาหารเพื่อให้ได้พลังงาน, เซลล์ และสัญญาณประสาท เพราะโคลีนจำเป็นสำหรับการสร้างแอซิติลโคลีน (เป็นสารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำและการควบคุมกล้ามเนื้อ) ร่างกายเราผลิตโคลีนได้เล็กน้อย ดังนั้นจึงต้องได้รับโคลีนจากอาหารการกินเพื่อคงสภาพสุขภาพที่ดีไว้
 
โคลีนเป็นกุญแจสำคัญตัวหนึ่งของอาหาร อยู่ในกลุ่มไวตามินบี อยู่ในอาหารในรูป ฟอสฟาติดิลโคลีน หรือโคลีนอิสระ ถ้าโคลีนรวมตัวกับกรดไขมัน ฟอสโฟไลปิด คือฟอสฟาติดิลโคลีน
    การขาดโคลีน ทำให้เกิดไขมันพอกตับที่ไม่สามารถขจัดออกไป เกิดความรุนแรงของตับคั่งไขมัน นำไปสู่การเสื่อมสภาพของตับ เกิดโรคตับแข็งและโรคมะเร็งตับ ฟอสฟาติดิลโคลีนหรือเลซิทิน ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และอิมัลซิไฟเออร์ (สารช่วยแขวนลอยน้ำมัน) ซึ่งมันทำให้ไขมันแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กๆ เพื่อง่ายในการกำจัด  ไวตามิน บี 6, บี 12, กรดโฟลิก และตับ
ตับเป็นหนึ่งในอวัยวะในร่างกายที่มีกระบวนการเผาผลาญมาก (ตับ, สมอง, หัวใจ) หมายความว่าตับต้องใช้พลังงานสูง ดังนั้นเพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของตับ มันจึงจำเป็นต้องใช้ไวตามินบีคอมเพล็กซ์เพื่อช่วยในกระบวนการเมแทบอลิสพวกคาร์โบไฮเดรต, ไขมันและโปรตีน
ไวตามิน บี 12 จำเป็นต่อการสร้างกรดอะมิโนเมไธโอนีน ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็น s – adenosylmethionine (SAMe) ซึ่งสารตัวนี้บางทีก็ใช้ในการรักษาโรคตับ
โรคตับอาจเกิดจากการขาดไวตามิน บี กลุ่มไวตามินบีคอมเพล็กซ์ประกอบไปด้วย ชนิดของไวตามิน บี กลุ่มคนที่ขาดไวตามินบีส่วนใหญ่เป็นพวกติดสุรา เป็นผลมาจากขาดสารอาหาร, อาหารการกินไม่ดี การขาด บี – คอมเพล็กซ์ ส่งผลให้เกิดโรคตับ รวมทั้ง บี 1, 6, 12 ประมาณ 90% ของไวตามิน บี 12 ของเรา จะสะสมอยู่ที่ตับ, ดังนั้นถ้าตับเสียหาย การสะสม บี 12 จะลดลง ส่งผลให้โลหิตจาง
    นอกจากนี้ ระดับโฟเลทต่ำ ส่งผลให้ตับเสียหาย และเป็นโรคมะเร็งตับ

ไวตามิน บี บี 12 บี (กรดโฟลิก) ช่วยกันทำงานให้เกิดความเหมาะสมในกระบวนการ เม็ดทิลเลชั่น Methylation ซึ่งท่านสามารถปกป้องตัวของท่านอย่างแท้จริงจากการเปลี่ยนตามวัย (ความแก่)


  • รหัสสินค้า: Cal010
  • สถานะ: มีสินค้าในสต๊อก
  • 4,800 บาท
  • 1,800 บาท